เรื่อง

ไข่ส้ม

ไข่กุ้งที่ทำ ซูชิ คืออะไรกันแน่

หลายๆคนอาจจะสงสัยกันมานานแล้วว่า ไข่กุ้งที่นำมาทำเป็นหน้าซูชิ มันคืออะไรกันแน่

ดูจากรูปร่างหน้าตาวัตถุดิบซูชิ ตัวนี้แล้วมันไม่น่าใช่ไข่ของกุ้งน้า

เอาล่ะ ถ้าสงสัยวัตถุดิบซูชิ ตัวนี้กันมานานแล้วเรามาดูคำตอบกันว่ามันคืออะไรกันแน่

ไข่กุ้ง ที่ใช้ในอาหารญี่ปุ่นจำพวก Shuhiหรือ California rolls นั้นจริงๆแล้วมันคือ ไข่ปลา Tobiuo : Flying Fish

คนญี่ปุ่นจึงเรียกไข่ปลาชนิดนี้ว่า Tobikoนั่นเอง

อยากรู้กันล่ะสิ ว่า โทบิโกะคืออะไร

โทบิโกะ คือ ไข่ของปลา Flying Fish พบตามชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ลำตัวมีความยาว 35 เซนติเมตร จับได้ในช่วงเวลาวางไข่ต้นฤดูร้อน

แล้วรู้หรือไม่ ไข่ของปลา Flying Fish มีขนาดเล็กประมาณ 0.5-0.8 มิลลิเมตร ตามปกติจะมีสีส้มแดง รสออกเค็มๆบางครั้งนำไปย้อมเป็นสีอื่นได้

เช่น ย้อมวาซาบิได้ไข่สีเขียว ย้อมขิงได้ไข่สีส้ม หรือย้อมกับหมึกของปลาหมึกจะได้สีดำ ไข่กุ้งนิยมนำมาทำ แคลิฟอร์เนีย โรลซูชิ และคานาเป้อีกด้วยค่ะ

น่าทึ่งกันเลยนะคะว่าไข่แค่มีขนาดเล็กๆเนี่ยจะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ตั้งมากมายแถมทั้งยังรสชาติที่อร่อยอีกด้วย มันสุดยอดไปเลยล่ะค่ะ

วัตถุดิบซูชิ แต่ละตัว มีความรู้แตกต่างกันไปค่ะ นำมาทำอาหารได้หลายแบบเลยค่ะ

1331352658

ซูชิมายังไง

หลายๆคนอาจจะเคยกินซูชิ หรือ ข้าวปั้นที่มีหลากหลายหน้าให้เลือก

แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่าแท้จริงแล้ว มันมีต้นกำเนิดมาจากไหน ซูชิ เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อหรือของคาวชนิดต่างๆในประเทศญี่ปุ่นแม้ประวัติการทำซูชิจะมีในญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานจนคนเข้าใจว่าเป็นของดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่เมื่อนักประวิศาสตร์ของญี่ปุ่นสืบค้นหาที่มาของคำว่า ซูชิ ก็พบว่า ญี่ปุ่นรับเอาวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประเภทปลาหมักกับข้าวมาจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยและลาวการหมักปลามักทำกันแพร่หลายโดยเกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งในขณะเดียวกันนั้นปลูกข้าว มีข้าวบริโภคกันอย่างอุดมสมบูรณ์จึงคิดวิธีรับประทานแบบนี้เข้าสู่ญี่ปุ่นโดยผ่านประเทศจีนสมัยก่อนซูชิของญี่ปุ่นเป็นปลาหมึกมีเครื่องหมักเป็นขิงดอง เนื่องจากขิงดอง และวาซาบิ มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อโรคนั่นเอง แล้วรู้หรือไม่ว่า มีการคิดค้นซูชิม้วนใส่ไส้เป็นผักต่างๆและไข่มีชื่อว่า แคริฟอร์เนียโรล เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและการลดน้ำหนักส่วนหนึ่งเพราะชาวตะวันตกคิดว่าข้าวเป็นธัญพืชด้วย เห็นมั้ยนะคะ ซูชิที่เรารับประทานกันนั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากอาหารของประเทศไทยเราเหมือนกัน

วัตถุดิบซูชิ ต้อง vpshops

1353313443

เคล็ดลับการทำซูชิแบบปลอดภัย

ซูชิอาหารญี่ปุ่นเลื่องชื่อที่หลายๆคนนิยมรับประทาน

เนื่องจากรสชาติที่แปลกใหม่แต่มีทั้งความอร่อยแบบสุดๆ ในปัจจุบันนั้นใครจะรู้กันบ้างล่ะค่ะว่า ซูชิหน้าตาสวยงามน่าอร่อยชวนรับประทานแก่สายตาใครต่อใครนั้นอาจจะมีอันตรายต่อตัวคุณเองก็ได้ หากบริโภคอย่างไม่ระมัดระวังเพราะมัวหลงไหลกับหน้าตาและรสชาติอย่างนั้น การเลือกซูชินั่นสำคัญมากๆค่ะเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารญี่ปุ่นนิยมความสดใหม่ของอาหารและส่วนใหญ่แล้วนั้น ยังเป็นเนื้อดิบอยู่ ซึ่งความสะอาดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อร่างกายของคนเรา คือทำซูชิ ทานเองที่บ้านจะปลอดภัยและสะอาดที่สุดนั้นเอง และวันนี้เรามีคำแนะนำดีๆสำหรับการทำซูชิทานเองที่บ้านแบบปลอดภัย มาฝากกันค่ะ   ปลา สำหรับทำซูชินั้นควรมาจากร้านที่มีการระบุชัดเจนว่านี่คือปลาสำหรับทำซูชิ หรือ ปลาสำหรับทำ ซาซิมิ   ควรเก็บปลาไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 41 ฟาเรนไฮด์หรือต่ำกว่านั้นเพื่อรักษาความสดของปลา แยกปลาดิบ และปลาที่ปรุงสุกแล้วในการเตรียมอาหารอุปกรณ์ที่ใช้ควรแยกจากกัน

เห็นมั้ยล่ะค่ะ แค่นี้คุณก็สามารถที่จะทาน ซูชิ ได้อย่างปลอดภัยและสามารถทานที่บ้านพร้อมกับครอบครัวได้อีกด้วยใช่มั้ยล่ะค่ะ

วัตถุดิบซูชิ สด สะอาด ต้อง vpshops

1358234704

รู้จักประเภทของซูชิไว้ไม่เสียหาย

คุณอาจรู้จักซูชิ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าประเภทของซูชิมันมาจากอะไรบ้าง อยากรู้กันหรือเปล่า

ถ้าอยากรู้เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกับประเภทของ ซูชิ พร้อมๆกันเลยดีกว่า

ประเภทแรก นิงิริซูชิ

เป็นซูชิที่พบได้บ่อยในภัตคารอาหาร มีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบไว้ข้างบน เป็นที่นิยมมากที่สุด

ประเภทที่สองhosomaki

ซูชิทรงกระบอกขนาดเล็กบางๆห่อด้วยสาหร่ายส่วนใหญ่จะมีไส้เพียงอย่างเดียวนิยมทานเพื่อล้างปาก

ประเภทที่สาม มิกิซูชิ

เป็นซูชิรูปทรงกระบอกม้วนยาวใช้สาหร่ายแผ่กว้างใส่ข้าวใส่ผักใส่เนื้อวางบนแผ่นไม้ไผ่ที่ใช้ห่อซูชิแล้วม้วนให้เข้ากันตัดแบบพอดีคำ

ประเภทที่สี่นะค่ะ uramaki

เป็นซูชิรูปทรงกระบอกขนาดกลางๆใช้ข้าวห่อสาหร่ายม้วนและโรยด้วยเมล็ดงา

ประเภทที่ห้า gunkanmaki

ซูชิ ข้าวปั้นรูปไข่ใช่สาหร่ายพันรอบข้าวและมีอาหารทะเลวางไว้ด้านบนนั้นเอง

ประเภทที่หก

เป็นซูชิรูปกรวยนั้นเองไส้ต่างๆห่อด้วยข้าวและสาหร่ายอีกชั้นห่อเป็นรูปกรวยด้วย

ประเภทที่เจ็ด อินะริซูชิ

เต้าหู้ทอดแผ่นบางยัดไส้ซูชิเข้าไปมีทั้งข้าว ปลาดิบ และผักอีกด้วย

ประเภทที่แปด ชิราซิซูชิ

เป็นการจัดปลาดิบที่หั่นเป็นชิ้นๆวางเรียงบนข้าวในภาชนะสวยงามซูชิชนิดนี้จัดทำในแต่ละพื้นที่แตกต่างหันออกไปนั่นเองค่ะ

ประเภทที่เก้า โออิซูชิ

เอาข้าววางเนื้อปลาไว้รับด้านบนอัดในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมตามยาวหั่นพอดีคำ

ประเภทที่สิบ

ข้าวปั่นรูปกลมๆวางหน้าซูชิแต้มวาซาบินิดหน่อยห่อด้วยพลาสติกบีบให้เข้ากันทานได้

ประเภทที่สิบเอ็ด

ใช้ปลาทั้งตัวมาหั่นแล้วนำมาวางบนข้าว

ประเภทที่สิบสอง

ซูชิที่มีล่างปลาคล้ายกับปลาส้ม

เห็นมั้ยว่าประเภทของซูชิที่เรารับประทานกันอยู่นั้นมีเยอะแยะจนเราเลือกไม่ถูกกันเลยนะค่ะ

1331353435

ชิ้นส่วนต่างๆของซูชิ

อยากรู้กันล่ะสิว่าซูชิที่เรารับประทานแล้วบอกว่าอร่อยนักอร่อยหนานั่นมันมีชิ้นส่วนยังไงอะไรบ้าง

งั้นเราไปศึกษาพร้อมๆกันเลยนะคะว่า ซูชิ ที่เราทานกันอยู่เนี่ยชิ้นส่วนต่างๆมาจากที่ไหนกันบ้าง

โดยทั่วไป ปลาทูน่าใน ซูชิ มีส่วนประกอบหลักๆ 3 ส่วนด้วยกันค่ะ

ได้แก่ส่วนแรก คือ akamiคือทูน่าที่มีเนื้อสีแดงแบบไร้ไขมันซึ่งจะอยู่ในส่วนหลังของปลาและเป็นซูชิแบบทั่วไป ส่วนเนื้อสีแดงที่นิยมสุดจะอยู่ส่วนกลาง และตรงหลังส่วนหน้าและส่วนที่รับประทานกันน้อยที่สุด ก็คือส่วนหลังนั่นเองครับ

ส่วนที่ สอง คือ toroคือ ทูน่าติดมันหรือละลายในปากตามต้นความหมายเดิมของภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ซูชิ ชั้นดี chu – toro ทูน่าตรงท้องส่วนกลางเป็นส่วนที่มีความมันที่สุดซึ่งเป็นส่วนที่อร่อยและแพง o-toroทูน่าตรงท้องด้านหน้าเป็นส่วนที่มันที่สุด ซึ่งอร่อยและแพงที่สุดอีกด้วย

ส่วนที่สามคือ ส่วนอื่นๆไม่ว่าจะเป็น หัวส่วนหน้า แก้ม แก้มด้านหลัง อาจจะไม่ค่อยเจอในร้านทั่วไป จะเจอแค่บางร้านที่มีเมนูเฉพาะเท่านั้น ซึ่งนับว่าหารับประทานได้ยาก

ว้าววว ส่วนประกอบของ ซูชิ เนี่ยน่าหารับประทานทั้งนั่นเลยนะค่ะ การที่เราจะทาน ซูชิ ให้อร่อยเราควรไปเลือกทานในถิ่นกำเนิด ในถิ่นปลาดิบในประเทศญี่ปุ่นดูซักครั้งนะค่ะ